ข่าวสารและกิจกรรม
จีน...ไม่มี”ลียองโบ”..ไม่มีแชมป์
  29 พ.ค. 2560
แบ่งปัน
 

ถือเป็น”ความผิดหวัง”ใหญ่สุดของทีมแบดมินตันจีน ที่พลาดแชมป์ TOTAL BWF Sudirman Cup 2017 เมื่อแพ้เกาหลีในรอบชิงชนะเลิศ 2-3 และถือเป็น”สัญญาณอันตราย”ว่านับจากนี้ไป ทีมแบดมินตันจีนถือเป็น”ขาลง”อย่างแท้จริงหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อไม่มี “ลียองโบ” Li Yongbo กุนซือหมวกดำที่ทำหน้าที่เฮดโค้ชทีมชาติจีนมานาน 24 ปี
 
ที่ต้องไม่ลืมก็คือ 2 คะแนนที่ได้มาในรอบชิงฯ เป็น 2 คะแนนที่มาจากนักแบดมินตันหน้าเดิม นั่นคือชายคู่ FU Haifeng กับ ZHANG Nan และชายเดี่ยว Chen Long ที่ต่างก็คว้าเหรียญทองโอลิมปิก 2016 ซึ่งถือเป็นงานคุมทีมชาติรายการสุดท้ายของ”ลียองโบ”  
 
  จากนั้นอีก 3 คู่ ทั้งหญิงเดี่ยว หญิงคู่ และคู่ผสม ต่างก็เป็น”เด็กใหม่” ที่สมาคมแบดมินตันจีนเลือกมาทำหน้าที่ และจะต้องตั้งคำถามว่าพวกเขาเหล่านั้น”ดีพอ”ที่จะทำหน้าที่เป็นตัวแทนประเทศต่อไปหรือไม่ในการแข่งขันรายการต่างๆ จากนี้ไป
 
ที่สำคัญก็คือ “การวางตัว” ของผู้เล่นลงสนาม แสดงให้เห็นว่า ทีมงานผู้ฝึกสอนที่ทำหน้าที่ ดูเหมือนจะไม่เรียนรู้ศาสตร์ของ”ซุนวู” ที่บอก”รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครา” เช่นการเลือกผู้เล่นหญิงเดี่ยว ที่หากโค้ชลียังอยู่ การเลือกลงสนามก็น่าจะเป็น HE Bingjiao ลงเจอ Akane YAMAGUCHI หรืออาจจะเป็น Nozomi OKUHARA ที่เล่นเร็วในรอบรองชนะเลิศกับญี่ปุ่น แล้วให้ SUN Yu ลงเจอ SUNG Ji Hyun ในรอบชิงฯ เพราะสาวเกาหลีคนนี้ไม่ใช่นักแบดมินตันประเภทเล่นเร็วที่ไม่เหมาะกับ SUN Yu  
 
  ขณะที่หญิงคู่ แม้ CHEN Qingchen กับ JIA Yifan จะทำผลงานได้ดีในรอบรองฯที่ชนะคู่มือ 1 โลกจากญี่ปุ่น แต่เมื่อเจอนักตบคู่มือเก๋าจากเกาหลี รูปแบบการเล่นของ  BAO Yixin กับ TANG Jinhua ก็อาจจะเหมาะสมกว่า
 
บทสรุปของการชิงแชมป์ TOTAL BWF Sudirman Cup 2017 จึงกล่าวได้ว่า ขณะที่”เกาหลี” ได้แชมป์จากนักกีฬา Young Blood สำหรับจีน ก็ต้องถือว่า”พลาดแชมป์” ก็เพราะนักแบดมินตัน Young Blood เช่นกัน
 
 
 
ความจริงแล้ว นี่เป็นคำถามซ้ำซาก ว่านักแบดมินตันรุ่นใหม่ของจีน”ถึงเวลา”หรือยังที่ต้องยกเครื่องเพื่อวิเคราะห์กันจริงจังว่าฝีมือของเด็กๆ เหล่านั้น ดีพอที่จะก้าวขึ้นมาทำหน้าที่ใหญ่แทนรุ่นพี่ที่เริ่มถดถอยหรือร่ำลาทีมชาติหรือไม่ เพราะในการเดินทางไปออสเตรเลียเพื่อแข่งขันรายการนี้ จีนนำนักกีฬาไปมากมายถึง 19 คนเป็นชาย 9 หญิง 10 และเป็นทีมที่ลงสนามมากที่สุด(เท่ากับเกาหลี) แต่จีนกลับใช้นักกีฬาไม่มากนัก ซึ่งนั่นหมายถึง โค้ชเองก็ไม่มั่นใจนักกีฬาหลายคนว่า หากลงสนามแล้วจะทำผลงานได้แค่ไหน  
 
  ขณะที่”อินเดีย” ถือเป็นการ”แจ้งเกิด”ของ Satwiksairaj RANKIREDDY เด็กหนุ่มวัย 16 ที่ได้รับโอกาสมากมายเมื่อลงเล่นคู่ผสมกับ Ashwini PONNAPPA และทำผลงานได้ดีหลายแมทช์ หรือญี่ปุ่น ที่เลือก Kenta NISHIMOTO นักแบดมินตันชายเดี่ยวลงเจอ LEE Chong Wei ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย และพบ LIN Dan ในรอบรองชนะเลิศ ส่วน”จีน”ยังเป็นผู้เล่นที่คนทั้งโลกรู้จักว่าจะเล่นแบบไหน เล่นยังไง

นี่จึงอาจจะถึงเวลาอีกครั้งที่จีนจะต้อง”ยกเครื่อง”ทีมแบดมินตันอย่างจริงจัง ในยามที่ไม่มี”ลียองโบ” นั่งข้างสนาม
 
   
 
ข่าวสารและกิจกรรมอื่นๆ