รู้จริง รู้ลึก รู้ทัน ทุกความเคลื่อนไหวของวงการแบดมินตันอ่าน Badminton Thai Today
ข่าวสารและกิจกรรม
เฮต่อ! "ไทย" ได้ระเบิดศึก "ซูเปอร์ซีรี่ส์" "ปัทมา" ชี้ประเทศชาติได้ประโยชน์เต็มๆ
  19 มี.ค. 2560
แบ่งปัน
เฮต่อ! "ไทย" ได้ระเบิดศึก "ซูเปอร์ซีรี่ส์" "ปัทมา" ชี้ประเทศชาติได้ประโยชน์เต็มๆ
เฮต่อ! "ไทย" ได้ระเบิดศึก "ซูเปอร์ซีรี่ส์"
"ปัทมา" ชี้ประเทศชาติได้ประโยชน์เต็มๆ

คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล นายกสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยว่า หลังจากเราได้รับเกียรติ และความไว้วางใจจากสหพันธ์แบดมินตันโลก (บีดับเบิลยูเอฟ) ให้เป็นเจ้าภาพ จัดแข่งขันแบดมินตันทีมชาย และทีมหญิงชิงแชมป์โลก "โธมัส-อูเบอร์ คัพ" รอบสุดท้าย ในปี ค.ศ.2018 พร้อมกับ จัดประชุมใหญ่สหพันธ์แบดมินตันโลก ในช่วงดังกล่าว ล่าสุด ยังได้รับข่าวดีต่อเนื่องเมื่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสหพันธ์ฯ ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย
 
  เมื่อวันที่ 19 มี.ค. ลงมติให้ไทยได้ยกระดับจัดการแข่งขันระดับ "ซูเปอร์ซีรี่ส์" อีก 1 รายการเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ด้วย เป็นเวลา 4 ปี นับตั้งแต่ปี ค.ศ.2018-2021 พร้อมเพิ่มเงินรางวัลสำหรับรายการระดับดังกล่าวจาก 325,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 11,375,000 บาท เป็น 350,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 12,250,000 บาท ส่วนแชมป์แชมป์จะได้ 11,000 คะแนน และเพิ่มเงินรางวัลระดับ "กรังด์ปรีซ์ โกลด์" จาก 120,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 4,200,000 บาท เป็น 150,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 5,250,000 บาท

คุณหญิงปัทมา กล่าวว่า ต้องขอบคุณ บีดับเบิลยูเอฟ ที่เห็นความสามารถและศักยภาพของสมาคมฯ และประเทศไทย รวมถึงต้องชื่นชมทุกภาคส่วนที่ช่วยผลักดันให้วงการแบดมินตันไทยก้าวมาถึงระดับโลกเช่นนี้ เพราะส่วนตัวเห็นว่าการที่เราได้เป็นจัดแข่งขันรายการใหญ่ นอกจากจะช่วยให้นักกีฬาไทยไม่ต้องลงทุนเป็นเงินจำนวนมากไปแข่งขันต่างประเทศ และช่วยดึงชาวต่างชาติเข้ามาใช้จ่ายในประเทศ ส่งเสริมระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวได้เป็นจำนวนมาก เพราะนอกจากจะมีนักกีฬามาแข่งขันแล้ว ยังมีเจ้าหน้าที่ทีม, ครอบครัว และกองเชียร์เดินทางมาด้วย โดยเวลานี้เราได้จัดรายการระดับนานาชาติถึง 5 รายการ แล้ว
 
"ตอนนี้เราได้จัดรายการระดับ ซูเปอร์ซีรี่ส์ เพิ่มขึ้นมา และยังมี ไทยแลนด์ มาสเตอร์ส หรือ เอสซีจี ไทยแลนด์ โอเพ่น ที่เป็นระดับกรังด์ปรีซ์ โกลด์ นอกจากนี้ ยังมี เดอะ สไมลิ่ง ฟิช อินเตอร์เนชั่นแนล ชาลเลนจ์ ซึ่งกำลังจะจัดขึ้นวันที่ 1-6 พ.ค.นี้ ที่ จ.ตรัง รวมถึง อุดรธานี อินเตอร์เนชั่นแนล ซีรี่ส์ วันที่ 24-29 ต.ค.นี้ ที่ จ.อุดรธานี และรายการสะสมคะแนนเยาวชนโลก โยเน็กซ์-เชอร่า-โรซ่า-บีทีวาย จูเนียร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ชาลเลนจ์ วันที่ 4-9 เม.ย.นี้ ที่ รร.สอนแบดมินตันบ้านทองหยอด 
 
 

และรวมไปถึงรายการ ลาว อินเตอร์เนชั่นแนล ซีรี่ส์ วันที่ 31 ต.ค.-5 พ.ย.นี้ ที่นครเวียงจันทน์ ซึ่ง สมาคมฯ ไปช่วย สปป.ลาว จัดแข่งขันด้วย เพื่อให้นักกีฬาไทยทุกระดับได้ใช้ทุนไม่มากในการแข่งขันระดับนานาชาติ" คุณหญิงปัทมา กล่าว

นายกสมาคมตบลูกขนไก่ไทย ยังกล่าวแสดงความยินดีกับ อินโดนีเซีย,  มาเลเซีย, ฮ่องกง, เกาหลีใต้, อินเดีย และ สิงคโปร์ ที่ได้จัดระดับ "ซูเปอร์ซีรี่ส์" เช่นกัน ขณะที่ จีน, ญี่ปุ่น, มาเลเซีย, เดนมาร์ และฝรั่งเศส ได้จัดระดับ "ซูเปอร์ซีรี่ส์ พรีเมียร์" ซึ่งมีเงินรางวัล 700,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 24,500,000 บาท ส่วน จีน, อินโดนีเซีย และอังกฤษ(ออล อิงแลนด์) ได้ยกระดับจัด "ซูเปอร์ซีรี่ส์ พรีเมียร์ พรีเมียร์" มีเงินรางวัล 1,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 35,000,000 บาท ขณะที่ศึก "ซูเปอร์ซีรี่ส์ ไฟนอล" มีเงินรางวัลสูงถึง 1,500,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 52,500,000 บาท โดยการคัดเลือกประเทศจัดนั้น บีดับเบิลยูเอฟ ดูองค์ประกอบหลายอย่าง ทั้งสถานที่จัดแข่งขัน, ผู้เข้าชมในสนาม, โรงแรมรองรับนักกีฬา, ความนิยมแต่ละชาติ ฯลฯ ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งที่ประเทศไทยจะได้รับมีมูลค่ามหาศาลทั้งในด้านของภาพลักษณ์, เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว เพราะจะมีถ่ายทอดสดการแข่งขันไปยังสายตาคนทั่วโลกกว่าพันล้านคน
ข่าวสารและกิจกรรมอื่นๆ