รู้จริง รู้ลึก รู้ทัน ทุกความเคลื่อนไหวของวงการแบดมินตันอ่าน Badminton Thai Today
ข่าวสารและกิจกรรม
"อากาเนะ ยามากูชิ" ขึ้นบังลังก์ทำเงินรางวัลสูงสุดวงการตบขนไก่โลก 2017
  29 ธ.ค. 2560
แบ่งปัน



หากเอ่ยถึงนักตบลูกขนไก่ที่ทำผลงานได้โดดเด่นที่สุดในปี ค.ศ.2017 แน่นอนว่าต้องมีชื่อของ "อากาเนะ ยามากูชิ" นักแบดมินตันหญิงเดี่ยว มือ 2 ของโลก ซึ่งตลอดปีที่ผ่านมา
 
  แม้จะคว้าไปแชมป์บุคคลไปแค่ 3 รายการ ตั้งแต่ระดับ "กรังปรีซ์ โกลด์" ในศึก "เยอรมัน โอเพ่น" และระดับ "ซูเปอร์ซีรี่ส์ พรีเมียร์" คือ "ไชน่า โอเพ่น" ก่อนจะหยิบแชมป์ "ซูเปอร์ซีรี่ส์ ไฟนอล 2017" แต่เธอได้รองแชมป์ถึง 4 รายการ คือ "ชิงแชมป์เอเชีย", "ออสเตรเลียน โอเพ่น", "เดนมาร์ก โอเพ่น" และ "เฟรนช์ โอเพ่น"

และเข้ารอบรองฯ 3 รายการ และรอบ 8 คนอีก 5 รายการ จากทั้งหมดที่ลงแข่งขันปีนี้รายการบุคคล 16 รายการ นี่ยังไม่รวมการพาทีมชาติญี่ปุ่น คว้าแชมป์ "ทีมผสมชิงแชมป์เอเชีย" ด้วย ส่งให้ปีนี้เธอกวาดเงินรางวัลไปถึง 261,363 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 8,624,979 บาท จึงถือเป็นนักแบดมินตันที่ทำเงินรางวัลสูงสุดในโลกสำหรับปี 2017
 
ขณะที่อันดับ 2 เป็นของ "เฉิน ฉิงเฉิน" อัจฉริยะสาวประเภทคู่แดนมังกรซึ่งจับคู่กับ "เจิ้ง ซิเหว่ย" คว้า 2 แชมป์คู่ผสมรายการระดับ "ซูเปอร์ซีรี่ส์" และอีกแชมป์ "ซูเปอร์ซีรี่ส์ ไฟนอล 2017" และได้ 4 รองแชมป์ระดับ "ซูเปอร์ซีรี่ส์" รวมถึงรองแชมป์โลก 2017 ด้ย ด้านประเภทหญิงคู่ "เฉิน ฉิงเฉิน" ก็ ควง "เจี่ย อี้ฟาน" คว้า 3 แชมป์ระดับ "ซูเปอร์ซีรี่ส์" และแชมป์โลกในปีนี้มาครองได้เป็นครั้งแรก ส่วนเงินรางวัลที่ทำได้ในปีนี้คือ 256,551 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 8,466,183 บาท  

รองลงมาเป็น "ไท่ จื่อ อิง" หญิงเดี่ยวมือ 1 ของโลก จากไต้หวัน เจ้าของ 5 แชมป์ซูเปอร์ซีรี่ส์ ทั้ง "ออล อิงแลนด์", "มาเลเซีย โอเพ่น", "สิงคโปร์ โอเพ่น", "เฟรนช์ โอเพ่น" และ "ฮ่องกง โอเพ่น" รวมถึงอีก "แชมป์เอเชีย 2017" โดยกวาดเงินไป 240,050 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 7,921,650 บาท
 
  อันดับ 4 นี่ค่อนข้างเซอร์ไพร์ส เพราะเป็นชื่อของ "คิมดัมบี้ ศรีกานธ์" ชายเดี่ยวมือ 3 ของโลก จากอินเดีย ซึ่งปีนี้คว้า 3 แชมป์ซูเปอร์ซีรี่ส์ ไล่ตั้งแต่ "อินโดนีเซีย โอเพ่น", "ออสเตรเลียน โอเพ่น", "เดนมาร์ก โอเพ่น" และ "เฟรนช์ โอเพ่น" ซึ่งกวาดเงินรางวัลในปีนี้ไป 236,423 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 7,801,959 บาท

ตามมาด้วยอันดับ 5 "เจิ้ง ซิเหว่ย" นักตบลูกขนไก่หนุ่มประเภทคู่ของจีน ซึ่งผลงานปีนี้ในประเภทคู่ผสมโดดเด่นเหลือเกิน เข้าชิงรายการระดับ "ซูเปอร์ซีรี่ส์" ถึง 8 รายการ และได้แชมป์ 4 รายการ
 
โดยคู่กับ 2 พาร์ทเนอร์ ทั้ง "เฉิน ฉิงเฉิน" สอยแชมป์ "มาเลเซีย โอเพ่น" กับ "ออสเตรเลียน โอเพ่น" และคู่กับ "หวง ย่าเฉียง" คว้าแชมป์ "ไชน่า โอเพ่น" กับ "ฮ่องกง โอเพ่น" ใน 2 รายการหลัง ก่อนจะหวนมาคู่กับ "เฉิน ฉิงเฉิน" ป้องกันแชมป์ "ซูเปอร์ซีรี่ส์ ไฟนอล" ได้สำเร็จ  

แตกต่างจากการลงเล่นชายคู่ที่เข้าชิงเพียงรายการเดียวคือ "มาเลเซีย โอเพ่น" ซึ่งคู่กับ "ฟู ไห่เฟง" แต่ก็ได้เพียงรองแชมป์ แต่ก็คว้าเงินรางวัลปีนี้ไป 207,581 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 6,850,173 บาท โดยมีพาร์ทเนอร์ของเขาที่ทำเงินเป็นอันดับ 6 อย่าง "หวง ย่าเฉียง" ที่โกยเงินเข้ากระเป๋าไป 195,907 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 6,464,931 บาท
 
  ส่วนอันดับ 7 ร่วม เป็นดาวตบชายคู่มือ 1 ของโลก จากอินโดนีเซีย ที่มีลีลาการเล่นยียวน อย่าง "เควิน ซันจาย่า สุคามุลโจ" กับ "มาคุส เฟอร์นัลดี้ กิเดียน" เพราะปีนี้กวาดไป 6 แชมป์ระดับ "ซูเปอร์ซีรี่ส์" ทั้ง ออล อิงแลนด์, อินเดีย โอเพ่น, มาเลเซีย โอเพ่น, เจแปน โอเพ่น, ไชน่า โอเพ่น, ฮ่องกง โอเพ่น รวมถึงล่าสุดก็หยิบแชมป์ "ซูเปอร์ซีรี่ส์ ไฟนอล" รวมถึง 2 รองแชมป์ ทั้ง โคเรีย โอเพ่น กับ เดนมาร์ก โอเพ่น จึงคว้าเงินรางวัลไปคนละ 186,625 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 6,158,625 บาท

ขณะที่อันดับ 9 คือแชมป์โลกชายเดี่ยวคนล่าสุด "วิคเตอร์ อเซลเซ่น" หนุ่มร่างโย่งมือ 1 ของโลกชาวเดนมาร์ก ที่ปีนี้ได้ 2 แชมป์ "ซูเปอร์ซีรี่ส์" ทั้ง "อินเดีย โอเพ่น" กับ "เจแปน โอเพ่น" ก่อนจะปิดท้ายที่ "ซูเปอร์ซีรี่ส์ ไฟนอล" ทำให้เงินรางวัลรวม 165,550 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 5,463,150 บาท
 
ปิดท้ายอันดับ 10 "ราชันไร้มงกุฎ" ลี ชอง เหว่ย มือ 2 ของโลก ของมาเลเซีย แม้จะอายุ 35 ปีแล้ว แต่ยังไว้ลาย โชว์ฟอร์มได้เขี้ยวลากดินสุดๆ ในปีนี้ เริ่มตั้งแต่เถลิงบัลลังก์แชมป์ "ออง อิงแลนด์" เป็นสมัยที่ 4 ก่อนจะได้อีก 1 แชมป์ระดับซูเปอร์ซีรี่ส์อย่าง "ฮ่องกง โอเพ่น"  

นอกจากนี้ ยังได้ 2 รองแชมป์ ทั้ง "มาเลเซีย โอเพ่น" กับ "เจแปน โอเพ่น" ก่อนจะปิดท้ายปี 2017 ด้วยการคว้ารองแชมป์ "ซูเปอร์ซีรี่ส์ ไฟนอล 2017" ทำให้ได้เงินรางวัลรวมในปีนี้ 165,188 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 5,451,204 บาท
 
  ขณะที่ขวัญใจชาวไทยอย่าง "น้องเมย์"รัชนก อินทนนท์ ในปีนี้ลงแข่งขัน 17 รายการ คว้า 1 แชมป์ระดับ "ซูเปอร์ซีรี่ส์" อย่าง "เดนมาร์ก โอเพ่น" และ 2 แชมป์ "กรังด์ปรีซ์ โกลด์" ที่นิวซีแลนด์ และ "ไทยแลนด์ โอเพ่น" ทำเงินรางวัลรวม 149,012.5 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 5,066,425 บาท 
 
ส่วนปีหน้าน่าจะเป็นปีที่ดีสำหรับนักแบดมินตันเพราะสหพันธ์แบดมินตันโลก(บีดับเบิ้ลยูเอฟ) ได้เพิ่มโปรแกรมการแข่งขัน และเงินรางวัลแต่ละรายการมากขึ้น แต่ในทางกลับกันนักกีฬาเองต้องวางแผน และดูแลสภาพร่างกายให้ยืนระยะลงแข่งขันได้ตามระเบียบที่ออกมาใหม่ด้วย

Cr. Badzine