บทสัมภาษณ์
สัมภาษณ์แชมป์โลกรุ่นสูงอายุที่เพิ่งมาหัดตีแบดมินตันเมื่อตอนอายุ 23 ปี
  3,254
แบ่งปัน
  แนะนำตัวหน่อยครับแชมป์โลก
สวัสดีครับชื่อ พงษ์เทพ อิ่มแก้ว ครับชื่อเล่นที่หลายๆรู้จักและเรียกกันติดปากก็เรียกว่า "ต้อม"  นี่แหละครับ
 
 
  รู้สึกยังไงครับกับคำว่า  “ แชมป์โลก “
ถามว่ารู้สึกอย่างไรหรอ อืมม ... มันก็เหมือนฝันเลยนะครับเพราะไม่คิดว่าตัวเองจะไปได้ไกลขนาดนั้นเลยจริงๆเพราะผมเองก็ไม่ใช่นักกีฬาอาชีพมาตั้งแต่เด็กก็เริ่มเล่นแบดมินตันเมื่อตอนโตแล้วตอนนั้นอายุสัก 23 เห็นจะได้ ความรู้สึกเลยอธิบายได้ค่อนข้างจะยากแต่มันก็รู้สึกดีมากๆไม่คิดว่าในช่วงชีวิตเราชีวิตนึงจะมีโอกาสได้ขึ้นไปยืนบนจุดนั้นจริงๆ
 
  เริ่มหัดเล่นแบดมินตันตอนอายุ 23 ถือว่าเริ่มต้นได้ช้ากว่าคนอื่นมากเลยครับแล้วหันมาจริงจังกับแบดมินตันหลังจากที่เริ่มหัดเล่นกี่ปีครับ
ก็พอเริ่มตีครั้งแรกแถวบ้านนี่แหละครับมีพี่คนนึงชื่อพี่ สมชาย ผมยังจำเขาได้ดีเขาก็เริ่มๆ สอนพื้นฐานการเล่นทั่วไปตั้งแต่การจับไม้และวิ่งคอร์ท หลังจากที่เริ่มเล่นที่นั่นไปได้สักพักก็มีความรู้สึกว่าตัวเองตีได้ดีขึ้นมีการพัฒนามากขึ้นจนรู้สึกว่ากลุ่มที่เล่นอยู่ด้วยนั้นเราสามารถเล่นได้ง่ายขึ้นสบายขึ้นก็เลยเริ่มหาที่อื่นตีไปเรื่อยจนได้มาเจอกลุ่มนักกีฬาที่เก่งระดับต้นๆของประเทศในช่วงนั้นหลายคนที่สนามแบดมินตันสมพงศ์ปิ่นเกล้า ตีกันถึงดึกดื่นเลิกกัน ตี 2-3 มีเดิมพันกันเรื่อยแต่ก็เดิมพันกันในแบบของกินมากกว่า น้ำมั่ง ไอติมมั่ง อาหารก็มี ทุกคนที่เหมือนเป็นครูที่คอยสอนและพัฒนาฝีมือของผมหมดเลย ตั้งแต่นั้นมาก็จริงจังมาโดยตลอดเริ่มมีลงแข่งขันกันบ้างล่ะ
 
  ลงแข่งครั้งแรกรายการอะไรครับ ผลเป็นยังไงบ้างตื่นเต้นไหมที่จะต้องเจอกับนักกีฬาที่มีประสบการณ์มากกว่าตัวพี่ตั้งเยอะเพราะในช่วงตอนนั้นตัวพี่ต้อมเองก็ถือว่าหน้าใหม่มาก
คร่าวๆนะครับลงแข่งครั้งแรกที่รายการอุดรโอเพ่นครับ ตอนนั้นตัวผมเองลงแข่งประเภทชายเดี่ยวครับตามเพื่อนไปลงขำๆครับไปแพ้รอบ 16 ครับ ก็ตื่นเต้นครับเพราะนี่เป็นประสบการณ์ครั้งแรก และก็แข่งต่อมาหลายรายการเหมือนกันแต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ติดรางวัล แล้วก็เริ่มมาแข่งรายการสมัครเล่นหรือที่เรียกกันว่า “ แบดเว็บ “ อยู่หลายรายการเหมือนกันกว่าจะเรี่มมาติดรางวัลเริ่มต้นจากที่ 3 ก่อนเลยเพิ่งจะมาได้แชมป์ก็แข่งมาได้สักระยะนึงแต่ส่วนใหญ่มักจะได้ที่ 3 มากกว่า แต่ก็พยายามแข่งไปเรื่อยๆเพื่อหาประสบการณ์เพื่อเรียนรู้วิธีตีและก็ได้ใช้ประสบการณ์ที่มีอยู่มาใช้ในสนามจนเริ่มอ่านเกมส์คิดเกมส์และควบคุมสถานการณ์ในสนามได้ จนเราเองก็ไม่รู้ว่าการที่เราสั่งสมประสบการณ์มามันจะมาใช้ได้หรือที่ใครๆเรียกกันว่าความเก๋าจนเข้าใจแล้วว่า "ความเก๋ามันเป็นแบบนี้นี่เอง" 
 

สำหรับแบดเว็บนั้นส่วนใหญ่จะตีกันวันนึงก็หลายรอบหลังๆน้องๆนักกีฬาเยาวชนมาเล่นกันเยอะมากพอรู้สึกว่าตัวเองเริ่มโรยช่วงหลังก็มักจะแพ้ภัยตัวเองช่วงหลังจะซาและลงแข่งน้อยลงหันไปเล่นรุ่นอายุมากกว่า
   
   
 
  ในการคัดเลือกตัวแทนของประเทศไทยเพื่อไปแข่งชิงแชมป์โลกครั้งนี้ทางสมาคมมมีนโยบายในการคัดเลือกหาตัวแทนอย่างไรบ้างครับ
ทางสมาคมได้มอบให้ทีมสวนลุมรวมมิตรเป็นผู้นัดวันคัดตัวนักกีฬาและประกาศแจ้งไปตามสโมสรกำหนักวันเวลาในคัดเลือกในแต่ล่ะรุ่นจะคัดตัวแทนเพียงแค่ 1 คู่เพื่อส่งไปแข่งในครั้งนี้ซึ่งตัวผมก็ไปคัดรุ่นชายคู่ 41 ปี ซึ่งในรุ่นนี้ก็มีทั้งหมด 5 คู่ที่เข้ามาแข่งคัดเลือกซึ่งคู่ผมชนะเลิศจนได้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันชิงแชมป์โลกครั้งนี้ จริงๆก็ไม่คิดไม่ฝันเหมือนกันเพราะว่านักกีฬาแต่ล่ะคู่ที่เข้ามาคัดเลือกก็มีดีกรีกันทั้งนั้นเป็นทั้งเยาวชน – ตัวเขต – ทีมชาติ ฯลฯ ซึ่งการที่ได้เป็นตัวแทนครั้งนี้ก็เหมือนเป็นกำไรให้กับชีวิตตัวเองครับ
 
 
  จริงๆแล้วนักกีฬาที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันก็มีอีกหาลายท่านที่ฝีมือดีๆกันทั้งนั้น ทำไมพี่เลือกที่จะจับคู่กับพี่ออส วรพจน์ คนนี้ล่ะครับ
เหตุที่เลือกคู่กับ ออส วรพจน์ ก็เพราะว่าผมตีได้พัฒนาฝีมือมาถึงตอนนี้ก็เพราะคนนี้นี่แหละครับซึ่งเขาก็เป็นทั้งเพื่อนและครูคอยสอนเราตีทุกอย่างทั้งเทคนิคและรูปเกมส์อีกประเด็นก็คือตัวผมเองก็ไม่ได้ซีเรียสในการไปคัดตัวครั้งนี้ว่าจะได้หรือไม่ได้แต่เลือกความสบายใจมากกว่า ซึ่งการที่คู่กับ ออส วรพจน์ ทำให้ผมสบายใจเวลาที่เล่นคู่กันก็ไม่บ่นกันและคอยให้กำลังใจกันตลอดมันก็ตีกันมานานด้วยครับยังไงคู่กันถึงจะได้หรือไม่ได้มันก็ไม่เสียใจแต่ก็ขอให้ได้ทำและสบายใจครับ
 
  หลังจากที่ได้คัดเป็นตัวแทนประเทศไทยแล้วคู่พี่วางแผนการฝึกซ้อมเพื่อการแข่งขันยังไงบ้างครับ
คือความแข็งแรงในคู่ผมค่อนข้างจะมีอยู่แล้วแต่ก็ขาดเรื่องของเทคนิคเช่นลูกทำ ลูกจบเกมส์ เช่นตีจังหวะไหนมุมไหนจะสามารถปิดเกมส์ได้เร็วก็เลยเข้าไปซ้อมกับ ท็อป ภควัฒน์ ที่สนาม KIP Complex ซึ่งน้องเขาก็ซ้อมให้เช่น รูปเกมส์ ลูกฝีมือ ลูกหน้า ลูกบุก เพื่อให้ได้แต้มและจบเกมส์ได้เร็วและก็ได้ผลเพราะ ท็อป ภควัฒน์ เป็นคนที่มีรูปเกมส์จังหวะฝีมือดีอยู่แล้ว ใช้เวลาเก็บตัวอยู่ทั้งหมด 3 สัปดาห์ก่อนไปแข่งครับ
 
   
 
  ก่อนไปแข่งตั้งเป้าหมายในการแข่งขันไว้ขนาดไหนครับ
โหวว ...  เรื่องเป้าหมายในการแข่งขันเนี่ยนะ... เอาจริงปะพี่ก็ไม่ได้ตั้งเอาไว้เลยเพราะคิดว่าไปครั้งนี้เป็นเพียงแค่กำไรชีวิตและเป็นการหาประสบการณ์เวทีระดับโลกเท่านั้นเพราะดูแล้วเราก็คงไม่ไหวจริงๆ ไปเพียงแค่สนุกเท่านั้นแค่ได้มาแข่งมันก็เกินคาดแล้ว ทุกอย่างที่ได้มานั้นเป็นเหมือนของขวัญชิ้นใหม่ๆในชีวิตที่ทำให้เรารู้สึกตื่นตาตื่นใจซึ่งก็ไมได้คาดหวังอะไรเพียงแค่คิดว่าจะทำให้ดีที่สุดเท่านั้นพอ
 
 
  ในสนามการแข่งขันที่เป็นระดับโลกโดย BWF ความรู้สึกตัวพี่เองล่ะเป็นยังไงบ้าง 
ทีแรกก่อนไปก็คิดว่าจะตื่นเต้นนะครับแต่พอไปถึงจริงๆก็ไม่เท่าไหร่ครับ คิดเพียงแค่ว่าเราไม่มีอะไรจะเสียจริงๆตีให้สนุกและเต็มที่ก็พอ กองเชียร์เจ้าภาพก็ส่งเสียงเชียร์ค่อนข้างดังเราก็คิดไปซะว่าพวกเขาส่งเสียงเชียร์เราแทนความตื่นเต้นก็มีน้อยลงที่สำคัญคือเราไม่ต้องรับแบกภาระอะไรไว้บนบ่าเลยคงเป็นเพียงเพราะเราไม่มีดีกรีความกดดันก็เลยหายไปกลับกลายเป็นความสนุกมากกว่า
   
  บรรยายความรู้สึกในรอบชิงคร่าวๆหน่อยสิครับจนถึงวินาทีสุดท้ายในแต้มจบการแข่งขันมันเป็นอย่างไร
ตอนรอบชิงครับบอกเลยมันเหมือนฝันล่ะ 555 มันมาไกลมากตื่นเต้นนิดหน่อยนะแต่ก็ไม่มากบรรยากาศคนแน่นเต็มสนาม โชคดีอย่างนึงคือเราไม่ต้องชิงกับเจ้าภาพอินเดีย แต่เราชิงกับมาเลเซียซึ่งถ้าต้องเจอกับอินเดียคงต้องเจอเสียงเชียร์เจ้าภาพกระหึ่มแน่นอนมันก็อาจจะทำให้เราแกว่งไม่นิ่งได้เหมือนกันแต่พอมาเจอกับมาเลเซียมันก็เลยเบาใจขึ้น แต่ว่าเซตแรกมันไม่ง่ายอย่างที่คิดเกมส์ค่อนข้างสูสีตลอดเซตรูปเกมส์บีบกันตลอดและไปชนะที่ดิวส์ 22-20 พอได้เซตแรกทำให้เซตที 2 เริ่มตีได้ง่ายขึ้นผ่อนคลายมากขึ้นและบวกกับฝั่งตรงข้ามคู่ชิงมีอาการยุบออกอการเหนื่อยและช้าลงให้เราเห็น ในแต้มสุดท้ายนี่พอลูกตกพื้นจบเกมส์ผมกับคู่นี่เดินเข้ากอดกันเลยเหมือนทุกอย่างมันจบลงแล้วจริงๆ มันโล่งมากตัวเบาหวิวสบายทั้งตัวซึ่งคิดว่าความรู้สึกนี้มันคงไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ ก็ยังคิดอยุ่นะว่ามันเหมือนฝัน แต่ฝันมันก็เป็นจริงแล้วในวินาทีนั้นมันมาไกลมากจากที่ไม่ได้คาดหวังอะไร
 

จนมาประสบผลสำเร็จได้แชมป์โลกเนี่ยมันเป็นช่วงเวลาที่ต้องจดจำไปตลอดเพราะเหรียญรางวัลที่ได้มาถ้าผมมีลูกในอนาคตมันอาจจะเป็นแรงบันดาลใจให้ลูกผมก็เป็นได้ แบบว่าเออว่ะ.... ครั้งนึงพ่อเราก็เคยทำได้นะมันเป็นความรู้สึกดีจริงๆครับในตอนนั้น
 
  วางเป้าหมายเส้นทางนี้ต่อไปยังไงครับ
เป้าหมายจริงๆก็ไม่ได้วางอะไรเอาไว้ครับแต่จะขอดูแลร่างกายให้ดีเพราะถ้าเราดูแลร่างกายให้ดีต่อไปมีการแข่งขันอีกเราก็สามารถแข่งครั้งต่อไปได้ เป้าหมายก็มีเพียงแค่นั้นเองครับ
   
 
  พูดถึงกีฬาอีกประเภทคือการปั่นจักรยานทราบมาว่าพี่ต้อมให้ความสนใจมากและฝึกฝนตัวเองจนลงทำการแข่งขันหลายรายการแล้วอันนี้เล่นมากี่ปีแล้วครับและลงแข่งมากี่รายการครับ
สำหรับจักรยานเริ่มมาได้ 3 ปีแล้วครับ แข่งมาหลายสนามแต่ที่ภูมิใจที่สุดก็คือรายการชิงแชมป์ประเทศไทยประเภทเสือภูเชารุ่นอายุ 40-44 แข่งทั้งหมด 5 สนาม
 
เก็บคะแนนซึ่งทำคะแนนรวมจบอันดับที่ 3 ของประเทศในรุ่นนี้และได้แชมป์ 2 สนามและก็ได้ 2 มา 1 สนาม และที่ 3 มา 1 สนามภูมิใจครับแต่ก็เหนื่อยมาเลยเพราะจักรยานนี่ต้องซ้อมหนักมากๆ เพราะมันไม่มีทางลัดต้องอาศัยซ้อมเอากำลังอย่างเดียวจริงๆ ระบบหัวใจและกล้ามเนื้อต้องได้ซึ่งก็ส่งผลดีมาถึงในการเล่นแบดมินตันด้วยครับเพราะทำให้มีกำลังขาและกำลังกายมากขึ้นเวลาไปตีหรือแข่งขันทำให้ไม่หมดไม่เหนื่อยทำให้ได้เปรียบตรงนี้ล่ะครับ
   
  กีฬาทั้ง 2 ประเภทที่พี่ต้อมให้ความสนใจนั้นก็ถือว่าเริ่มต้นเรียนรู้และฝึกซ้อมช้ากว่าคนอื่นๆแต่ก็มาประสบผลสำเร็จได้โดยที่นักกีฬาที่เริ่มต้นมานานหลายๆท่านทำไม่ได้ ส่วนตัวพี่มีเทคนิคในการซ้อมอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่าที่ทำให้ฝีมือพัฒนาเร็วมากโดยเฉพาะจักรยานใช้ระยะเวลาสั้นๆ เพียงแค่ 3 ปีเท่านั้นเอง
จริงๆบอกเลยครับไม่มีเทคนิคอะไรเลยแค่ตั้งเป้าหมายแล้วก็ทุ่มเทมุ่งมั่นแล้วก็เป็นคนที่ตั้งเป้าหมายอะไรแล้วจะกระตือรือล้นที่จะทำมันให้ได้โดยเริ่มตั้งแต่ตื่นเช้าเพื่อฝึกซ้อม ควบคุมอาหาร เวทเทรนนิ่ง ทุกอย่างจะทำเองโดยอัตโนมัติตามที่เราวางเป้าหมายเอาไว้ว่าเราต้องทำสิ่งนี้ให้ได้
 
 
สำหรับส่วนสำคัญที่ตัวเองคิดคือการวางเป้าหมายทุ่มเททำให้ถึงที่สุดเท่านั้นเองคือเพราะว่าถ้าเวลาที่เราซ้อมเราเหนื่อยสุดๆมากๆนั้นเวลาแข่งเราจะไม่เหนื่อยทุกกีฬาแต่ถ้าเวลาที่เราฝึกซ้อมเราไม่เหนื่อยเวลาแข่งจริงนั้นจะรู้สึกเหนื่อยมากซึ่งการฝึกซ้อมอย่างเต็มที่ถึงที่สุดนั้นมันสามารถมาใช้ได้จริงในการแข่งขันกีฬาทุกประเภท
 
  เรื่องส่วนตัวบ้างไลฟ์สไตล์แนวๆของตัวพี่ชอบทำไรบ้าง
ส่วนตัวเป็นคนง่ายๆครับแต่งตัวสบายๆใช้ชีวิตปรกติทั่วไปแต่ ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ( ซึ่งมันขัดกับหน้าตามากกกก )  ไม่ต้องติดหรูหราบางทีใส่ชุดกีฬาไปเดินห้างก็ได้นะชอบเล่นกีฬามากเวลาว่างก็ก็มีไปขี่มอเตอร์ไซด์เล่นครับเพราะชื่นชอบการขับมอเตอร์ไซด์เป็นการส่วนตัวอยู่แล้วขี่ไปเรื่อยออกทริปไปต่างจังหวัดบ้างก็มี
 
 
  สุดท้ายครับอยากให้พี่ฝากแง่คิดเกี่ยวกับการเล่นแบดมินตันทั้งในแบบผู้เริ่มสนใจหัดเล่นและผู้ที่อยากพัฒนาฝีมือหน่อยครับ
สำหรับคนที่เริ่มหัดเล่นนะครับก็ลองหาที่เรียนดูนะครับเดี๋ยวนี้มีการเปิดสอนเยอะครับลองศึกษาประวัติครูผู้สอนและต้องดูด้วยครับว่าเป้าหมายเราเล่นเพื่ออะไรถ้าเป้าหมายเราเล่นเพื่อการออกกำลังกายเราก็หาผู้สอนที่มีทักษาสอนพื้นฐานได้อย่างถูกต้องตั้งแต่เริ่มการจับไม้และการเคลื่อนตัวไปตามจุดต่างๆและลูกพื้นฐานก่อน
 
สำหรับผู้ที่สนใจมีเป้าหมายในการลงแข่งขันอาจจะต้องดูผู้สอนว่าเค้าเก่งขนาดไหนมีประสบการณ์พอสมควรในการแข่งขันและทำทีมแต่สุดท้ายมันอยู่ที่ตัวเราเองว่าเราเต็มที่กับมันแค่ไหนเราตั้งใจแค่ไหนแต่ผมเชื่อว่าไม่ว่าจะแค่ออกกำลังกายหรือแข่งขันมันก็ดีหมดครับเพราะมันจะได้เพื่อนและสังคมมากขึ้นและสำคัญที่สุดคือส่งผลดีให้กับตัวเองร่างกายจะแข็งแรงสุขภาพจะมากขึ้นครับ อยากฝากเอาไว้ครับมาตีแบดกันครับตอนนี้วงการแบดมินตันบ้านเรากำลังบูมครับ ขอบคุณครับ ^^ 

บทสัมภาษณ์อื่นๆ